‘ตากระตุก’ อาการของโรคบางอย่างที่ไม่ได้เกี่ยวกับโชคลาง

ตากระตุก

Table of Contents

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินกันมาบ้างว่าตากระตุกข้างขวาจะนำพาเรื่องร้าย ส่วน ตากระตุก ข้างซ้ายจะเจอแต่เรื่องดี ๆ แต่ปัจจุบันนี้เรื่องดังกล่าวถูกลบล้างไปจากสมองของคนไทยเราไปเยอะมาก ๆ เพราะในทางการแพทย์เรื่องของการตากระตุกนั้นเป็นสัญญาณเตือนเกี่ยวกับความผิดปกติบางอย่างของร่างกายมากกว่าจะเกี่ยวกับเรื่องโชคลาง

ภาวะหนังตากระตุก

ตากระตุก 1

สาว ๆ หรือหนุ่ม ๆ ที่มีอาการตากระตุก (Eyes Twitching) หรือตาเขม่นต้องรู้ก่อนว่า การที่กล้ามเนื้อเปลือกตามีการขยับเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว หรือที่เรียกว่ามีอาการเกร็งกระตุก สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งเปลือกตาบนและเปลือกตาล่าง แต่โดยปกติแล้วจะเกิดขึ้นที่เปลือกตาบนมากกว่า ซึ่งอาการตากระตุกจะไม่ค่อยแสดงอาการที่รุนแรงเท่าไรนัก และไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด แต่สำหรับบางคนก็อาจมีอาการรุนแรงจนไม่สามารถปิดตาให้สนิทลงพร้อมกันได้ หรืออาจถึงขั้นลืมตาไม่ขึ้นเลย

สาเหตุที่ ตากระตุก

การที่ตากระตุกหรือตาเขม่นขึ้นมาเฉย ๆ นั้นมีต้นเหตุมาจากหลาย ๆ ประการ จะมีอะไรบ้างนั้นคุณผู้อ่านสามารถดูรายการได้ดังต่อไปนี้เลย

-นอนหลับไม่เพียงพอ พักผ่อนน้อย

-เกิดจากมีความเครียดสะสม

-เหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย

-ตาแห้ง ตาล้า ระคายเคืองที่ตา

-ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากจนเกินไป

-ดื่มแอลกอฮอล์บ่อยและหนัก

-สูบบุหรี่จัด

-อยู่ในที่ที่มีแสงสว่างจ้าเป็นประจำ

-โดนลมแรง หรือได้รับมลภาวะที่เป็นพิษ

-ขาดวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารบางชนิด

-ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด

ตากระตุกบ่งบอกถึงโรคอะไรได้บ้าง

หากอาการตากระตุกบ่อย ๆ เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงโรคแล้วละก็ จะต้องมีโรคที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกายของเราได้ด้วยอย่างแน่นอน แล้วจะมีอาการของโรคอะไรมาเกี่ยวข้องบ้างนั้น มาเลื่อนอ่านกันเลย

-โรคอัมพาตใบหน้า (Bell’s Palsy) 

-โรคกล้ามเนื้อบิดเกร็ง (Dystonia)

-โรคคอบิดเกร็ง (Cervical dystonia)

-โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis)

-โรคกล้ามเนื้อช่องปากหรือขากรรไกรบิดเกร็ง (Oromandibular Dystonia)

-โรคกล้ามเนื้อใบหน้าบิดเกร็ง (Facial Dystonia)

-โรคทูเร็ตต์ (Tourette’s Disorder)

ซึ่งโรคทั้งหมดนี้เป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อของร่างกาย หากใครที่กำลังมีอาการตากระตุกบ่อย ๆ ก็อาจจะต้องหมั่นดูแลไปจนถึงกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายด้วย เพื่อจะได้ไม่มีโรคที่ร้ายแรงตามมา

การดูแลตัวเองอย่างง่ายไม่ให้ตากระตุก

ตากระตุก 2

สำหรับบางคนอาจจะรู้สึกรำคาญเล็กน้อยเมื่อตากระตุก จึงอยากหายจากอาการที่เป็นอยู่หรือต้องการให้ตากระตุกน้อยที่สุด ซึ่งวิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นแบบง่าย ๆ ก็คือการเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้ตากระตุกได้นั่นเอง

-นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ โดย 1 วันต้องนอนครบ 8 ชั่วโมง

-หาวิธีลดความเครียดลง พยายามจัดการกับอารมณ์ตัวเองให้ได้

-ไม่หักโหมทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือทำงานหนักจนเกินไป

-งดการจ้องมือถือหรือคอมพิวเตอร์นาน ๆ และอาจใช้ยาหยอดตาหรือน้ำตาเทียมเพื่อทำให้ตาไม่แห้งจนเกินไป

-ลดการดื่มกาแฟลงจากเดิม หรือพยายามดื่มเครื่องดื่มที่มีคาแฟอีนให้น้อยลง

-ดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยลง หรือไม่ดื่มเลยก็จะดีต่อสุขภาพในหลาย ๆ เรื่องอีกระยะยาว

-ไม่สูบบุหรี่ เพราะหากยังสูบบุหรี่อยู่ตาก็จะยังกระตุกอยู่เรื่อย ๆ 

-เมื่ออยู่ในที่ที่มีแสงสว่างจ้าควรจะสวมแว่นตากันแดด หรือหากสามารถหรี่แสงสว่างลงได้ก็ควรปรับระดับของแสงห้ลดลง

-หากต้องอยู่ในที่ที่มีลมแรง ๆ ก็ควรจะใส่แว่นตากันลมไว้เสมอ

-เมื่อต้องเผชิญกับมลภาวะที่เป็นพิษเป็นประจำก็ควรจะสวมใส่เครื่องป้องกันผิวเป็นอย่างดี 

-รับประทานอาหารหรืออาหารเสริมที่มีวิตามิน แร่ธาตุเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งโดยส่วนใหญ่มาจากผักและผลไม้

-ตรวจสอบยาบางชนิดที่กินอยู่ว่ามีส่วนทำให้ตากระตุกได้หรือไม่ หากใช่อาจจะต้องปรึกษาคุณหมอว่าสามารถลดปริมาณลงได้หรือไม่ หรือมีตัวยาชนิดอื่นกินแทนกันได้ไหม แต่ถ้าหากจำเป็นต้องกินยาเพื่อรักษาโรคบางอย่างที่มีอาการรุนแรงกว่าตากระตุกก็ควรจะเลือกรักษาโรคร้ายแรงให้หายดีก่อน

อาการตากระตุกแบบไหนที่ควรพบแพทย์

ตากระตุก 3

หลาย ๆ คนรู้สึกว่าการที่ตากระตุกนั้นเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่นานก็หายไป แต่รู้ไหมว่ามีอาการตากระตุกที่เป็นสัญญาณเตือนถึงอันตรายอยู่ด้วย ซึ่งจะเป็นอาการแบบไหนนั้น มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

-ตากระตุกติดต่อกันนานกว่า 2 อาทิตย์

-มีอาการบวมแดง หรือมีของเหลวออกมาเมื่อตากระตุก

-ตำแหน่งที่ตากระตุกเพิ่มขึ้นจากเดิม เช่น ปกติกระตุกข้างขวาอย่างเดียว แต่เมื่อตาขวากระตุกตาซ้ายหรือบริเวณอื่น ๆ กลับกระตุกพร้อม ๆ กัน

-เมื่อตากระตุกแล้วเปลือกตากลับปิดลงทันที หรือมีอาการเปลือกตาตก

-บริเวณที่ตากระตุกอ่อนแรงหรือหดเกร็ง

หากใครเริ่มมีอาการที่มีลักษณะตรงตามที่กล่าวมาข้างต้นแม้แต่ข้อเดียวก็ควรจะรีบพบแพทย์เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยโดยเร็วที่สุด

การรักษาอาการตากระตุก

สำหรับคนที่มีอาการตากระตุกอย่างหนัก แม้จะดูแลตัวเองด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ แล้วก็ยังไม่ได้ผล เมื่อพบแพทย์แพทย์อาจจะให้รับการรักษาดังนี้

-การให้ยารับประทาน เช่น ยาลอราซีแพม (Lorazepam) ยาไตรเฮกซีเฟนิดิล (Trihexyphenidyl) และยาโคลนาซีแพม (Clonazepam) แต่ยาเหล่านี้ยังมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ จึงต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเท่านั้น

-การฉีด Botulinum Toxin หรือ Botox วิธีรักษาแบบนี้ต้องผ่านการรับรองให้ใช้รักษาอาการกล้ามเนื้อหดเกร็งที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมและแนะนำมากที่สุดที่ใช้ในการรักษาอาการตากระตุก เพราะแพทย์จะฉีดยาโบท็อกซ์ลงบริเวณกล้ามเนื้อรอบดวงตาที่มีอาการกระตุก เพื่อให้กล้ามเนื้อเหล่านั้นอยู่ในสภาพอ่อนแรงชั่วคราว ซึ่งผลของตัวยาจะมีฤทธิ์อยู่ได้เพียง 3 – 6 เดือนเท่านั้น

คำโบราณที่ว่าตาเขม่นข้างซ้ายจะได้ดี เขม่นข้างขวาจะได้เจอเรื่องแย่ ๆ ก็อาจจะไม่เกินจริงก็ได้ เพราะการที่ตากระตุกบ่อย ๆ ก็นำพาไปสู่โรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อได้ ดังนั้นไม่ว่าคุณผู้ชายหรือคุณผู้หญิงจะพบกับอาการผิดปกติใด ๆ ในร่างกายก็ไม่ควรชะล่าใจ ต้องรีบเข้าพบกับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำได้โดยไว

อ่านบทความ “ชามือชาเท้า” เป็นอาการบ่งบอกเกี่ยวกับโรคอะไร

สล็อตเว็บตรง

pgslot996

บทความล่าสุด..

Tags
กลิ่นตัวแรง (1) กลิ่นตัวแรงทำไงดี (1) การรักษาออฟฟิศซินโดรม (1) ดูแลสุขภาพ (39) ตกขาว (1) ตกขาวเยอะทำไงดี (1) ตับแข็ง (1) ตับแข็งเกิดจากอะไร (1) ต่อมลูกหมากโต (3) ต่อมลูกหมากโตเป็นยังไง (1) นอนไม่หลับ (1) นอนไม่หลับทำไงดี (1) น้องชายไม่แข็ง (1) ประจำเดือน (4) ประจำเดือนมาผิดปกติ (2) ประจำเดือนมีกลิ่นเหม็น (1) ปวดตาข้างเดียว (1) ปวดตาข้างเดียวเกิดจากอะไร (1) ปวดท้องประจำเดือน (1) ปวดท้องประจำเดือนทำไงดี (1) ปวดประจำเดือน (1) ปวดหลังตอนมีประจำเดือน (1) ปวดหัวไมเกรน (1) ปวดหัวไมเกรนคืออะไร (1) ปัญหาสุขภาพผู้ชาย (1) ผมร่วง (3) ผู้ชายกลิ่นตัวแรง (1) มะเร็งปากมดลูก (3) วิธีดูแลสุขภาพ (1) วิธีรักษาไมเกรน (1) วิธีแก้แฮงค์ (1) สุขภาพผู้ชาย (25) สุขภาพผู้หญิง (26) ออฟฟิศซินโดรม (2) อาการต่อมลูกหมากโต (1) อาการออฟฟิศซินโดรม (1) อาการไมเกรน (1) อาหารลดตกขาว (1) อาหารเพิ่มความสูง (1) ฮีทสโตรก (2) เสื่อมสมรรถภาพ (1) แก้แฮงค์ (1) แพ้ผ้าอนามัย (1) แฮงค์ (1) โรคโลหิตจาง (2)

เว็บไซต์ที่น่าสนใจ

แฟชั่นผู้ชาย
maleextratoday

แบบบ้าน
baan-design

แต่งงาน
weddingdistrictfrance

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
liqinfo